Make your own free website on Tripod.com
pue's tales ; tales from pue
Trap 2 ; chapter 4
Home
Fiction
HP-FanFiction
Non - Fiction
links

 
 
 
Chapter 4 ; Dave's Trap

"ไม่ใช่ไม่ชอบ ไม่ใช่ฉันไม่เคยรักใคร ไอ้เรื่องรักๆ หรือไม่รักมันก็อยู่ที่ใจ เว...............เฮอร์ไมโอนี่ ทำไมมานั่งตรงนี้ ไม่ไปเรียนเหรอ จะเก้าโมงอยู่แล้วนะ" เสียงเดฟดังขึ้นหลังจากที่เขาเข้ามาทางรูปภาพในห้องนั่งเล่นประธานนักเรียน วันนี้เขาต้องตอบคำถามของบรรดาแฟนคลับเขาเกี่ยวกับข่าวลือระหว่างเขากับเฮอร์ไมโอนี่ ความจริงข่าวลือระหว่างเขากับเฮอร์ไมโอนี่ก็มีมาพักใหญ่ๆ แล้วล่ะ เนื่องจากเขาทั้งสองจะต้องทำงานร่วมกันอยู่เสมอๆ และช่วงนี้งานประธานนักเรียนก็ยุ่งแทบจะปลีกเวลาว่างไม่ได้เลยทีเดียว ช่วงเดือนที่ผ่านมาเขาทั้งสองจึงเปรียบเหมือนเงาตามตัวกัน ยิ่งระยะหลังเฮอร์ไมโอนี่ดูเศร้าหมอง เขาก็ทำหน้าที่เป็นเพื่อนที่ดีคอยรับฟังความเศร้าโศกของเธอ แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าปัญหาที่แท้จริงของเธอคืออะไรก็ตาม
 
"เฮอร์ไมโอนี่" เขาพูดอย่างอ่อนโยนพลางเอามือลูบผมเธอเบาๆ ตอนนี้เธอนั่งอยู่ที่พื้นอย่างอ่อนแรง เอาหน้าฟุบกับโซฟาร้องไห้ตัวโยน ร่างกายของเธอสั่นเบาๆ ตามจังหวะการสะอึกสะอื้น "เฮอร์ไมโอนี่ เกิดอะไรขึ้น" เขาพูดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่เธอไม่มีทีท่ารับรู้การมาของเขา "อย่าร้อง ฉันแพ้น้ำตาผู้หญิงนะ เฮอร์ไมโอนี่บอกฉันมาสิว่าเกิดอะไรขึ้น" เฮอร์ไมโอนี่ไม่ตอบแต่กลับหันไปกอดเขาและร้องไห้อย่างหนัก ทำให้เดฟทำอะไรไม่ถูก เขาถอนหายใจอย่างกังวลก่อนที่เอามือลูบผมเธอเบาๆ  เฮอร์ไมโอนี่ร้องไห้อยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมงจึงค่อยสงบลงบ้าง เธอเพิ่งรู้สึกตัวว่าเธอทำอะไรลงไป เธอค่อยๆ คลายกอดเขาและมองหน้าเขาอย่างเขินๆ ถึงแม้เธอกับเดฟจะสนิทกันสักแค่ไหน แต่เธอก็ไม่เคยกอดเขาอย่างนี้มาก่อน แต่เธอก็อดยอมรับไม่ได้ว่าเดฟมีอะไรบางอย่างที่ดูอบอุ่น เหมือนกับเป็นพี่ชายของเธอคนหนึ่ง
 
"สาวน้อย ถึงเวลาบอกแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น" เขาพูดหลังจากคั้นน้ำฟักทองใส่มะนาวให้เธอดื่ม
 
"คือ.......เอ่อ........เดฟ...คือฉัน"
 
"ไม่ต้องเลยเฮอร์ไมโอนี่ เล่ามาทั้งหมด เธอไม่ไว้ใจฉันเหรอ" เขามองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน เฮอร์ไมโอนี่ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงเป็นหนุ่มที่สาวๆ ในฮอกวอร์ตหมายตามากที่สุด
 
"นายมองผู้หญิงทุกคนด้วยสายตาอย่างนี้หรือเปล่าเนี่ย" เฮอร์ไมโอนี่ถามขำๆ แม้ว่าเธอจะเศร้าโศกเสียใจเพียงใด แต่การคุยกับเดฟมักทำให้จิตใจเธอสงบได้เสมอ
 
"ฉันเป็นคนยุติธรรม เฮอร์ไมโอนี่" เขายิ้มบางๆ ให้เธอ
 
"ฮ่าๆๆ น่าสงสารแฟนนายจริงๆ" เฮอร์ไมโอนี่พูดขำๆ ก่อนที่จะดื่มน้ำฟักทอง เดฟยิ้มพลางมองไปที่เฮอร์ไมโอนี่ "เอ้า ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่อง ว่ามา" เขาเลิกคิ้วและทำหน้าบ่งบอกเป็นนัยๆ ว่ายังไงวันนี้เธอก็ต้องพูด
 
เฮอร์ไมโอนี่ถอนหายใจเบาๆ ครุ่นคิดว่าเธอควรจะเล่าให้เขาฟังดีหรือไม่ แต่ใจของเธอก็อยากมีใครสักคนที่รับฟังปัญหาของเธอ และที่สำคัญตอนนี้เธอไม่มีใครที่จะรับฟังปัญหาของเธอได้ เพื่อนรักของเธอตอนนี้ก็ไม่มีใครที่สามารถรับฟังปัญหาของเธอได้สักคน รอนก็ใจร้อนเกินไป เขาคงโวยวายก่อนที่เธอจะเล่าจบ แฮร์รี่คนที่เธอคิดว่ามีเหตุผลและใจเย็น ตอนนี้เขาก็ทำเรื่องที่เธอไม่คาดคิด แถมเขายังมาบอกรักเธออีก เธอไม่เคยคิดถึงเขาในแง่นั้นเลย ให้ตายสิ ส่วนจินนี่ มีแต่เนวิลล์เท่านั้นที่ดูไม่ออกว่าจินนี่ชอบแฮร์รี่ ขืนเธอเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาก็เท่ากับทำร้ายจิตใจเธอ ปาราวตีกับลาเวนเดอร์เธอก็ไม่สนิทพอที่จะพูดอะไรได้ มาเรียเพื่อนมักเกิลที่สนิทที่สุดของเธอก็อยู่ไกลเกินที่จะรับฟังปัญหาของเธอ เธอคงต้องใช้นกฮูก 10 ตัวในการส่งจดหมายไปถึงมาเรีย เฮอร์ไมโอนี่ถอนหายใจแรงๆ แล้วหันหน้ากลับมามองเดฟที่จ้องหน้าเธออย่างหาคำตอบ
 
"เดฟนายว่าฉันควรทำยังไงถ้าเธอทำให้คนที่รักเจ็บ จนเขาไม่ให้อภัยเธอ" เธอถามขณะที่ตาของเธอมองไปทางเตาผิง
 
"เฮอร์ไมโอนี่ ถ้าเธอไม่เล่าเรื่องทั้งหมดฉันก็ไม่อาจให้คำตอบเธอได้หรอกนะ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เฮอร์ไมโอนี่แทบจะไม่เคยเห็นเขาจริงจังเลย เขามักเป็นคนอารมณ์ดีและยิ้มแย้มกับคนอื่นอยู่เสมอ เฮอร์ไมโอนี่ถอนหายใจอีกครั้งหนึ่ง "ก็ได้ เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นวันแรกที่ฉันนั่งรถไฟมาที่ฮอกวอร์ต......................"
 
...................................................................................................................................
 
เฮอร์ไมโอนี่เล่าเรื่องทั้งหมดให้เดฟฟัง โดยตัดตอนเรื่องในภาคีไปตามความเหมาะสม เพราะอย่างไรเรื่องภาคีก็เป็นเรื่องที่ใหญ่เกินกว่าที่จะเอามาเล่าเป็นเรื่องส่วนตัวได้ เฮอร์ไมโอนี่มองหน้าเดฟอย่างหวาดหวั่น หน้าของเขาตอนนี้เธอเดาความรู้สึกไม่ออกเลยจริงๆ ว่าเขารู้สึกอย่างไร คิดอย่างไร เขาจะว่าเธอร้ายกาจ หรือว่าเขาจะรับไม่ได้ที่เธอยัยรู้มากเกรนเจอร์กลับทำตัวเหลวแหลกเช่นนี้
 
"เฮอร์ไมโอนี่ เธอยัง.....เอ่อ .....รักมัลฟอยอยู่ใช่ไหม" เขาถามเธอหลังจากที่เขาเงียบไปนานหลังจากที่ฟังเธอเล่าจบ เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้าแทนคำตอบ เธอพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลลงมา
 
"แล้วเธอคิดว่าเขายังรักเธออยู่หรือเปล่า" เขาถามต่อ เธอสั่นหัว "ฉันไม่รู้ ตอนนี้เขาเย็นชาเหลือเกิน ฉัน........." เดฟถอนหายใจหนักๆ หนึ่งครั้ง นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย เขาเข้าใจความรู้สึกของมัลฟอย ถ้าเป็นเขาเขาเองก็ยากที่จะให้อภัยเธอเหมือนกัน
 
"ฉันขอพูดอะไรตรงๆ อย่างนึงนะเฮอร์ไมโอนี่" เขาหยุดเพื่อรอคำอนุญาตจากเธอ พอเธอพนักหน้าเขาจึงพูดต่อไป "เธอทำเกินไป เป็นธรรมดาที่เขาจะโกรธ ส่วนเรื่องเกลียด ฉันว่าไม่ เพราะเท่าที่เธอเล่า เขายังหึงยังหวงเธออยู่  ฉันว่าเธอยังพอมีหวัง เอางี้ฉันมีแผน อยู่ที่เธอจะเห็นด้วยหรือเปล่า แผนนี้มีผลมา 2 อย่าง ไม่รักก็เกลียดไปเลย แต่เธออยากจะเสี่ยงกับฉันหรือเปล่าล่ะ" เขาเลิกคิ้วสูงรอคำตอบจากเธอ
 
"แผนอะไร" เธอเหลือบตามองเขาอย่างสงสัย เธอรู้ว่าเดฟเป็นพวกเจ้าแผนการณ์ แต่แผนการณ์ของเขาแต่ละอันก็เสี่ยงๆ ทั้งนั้น
 
"เธอมาแกล้งคบกับฉัน" รอยยิ้มกลับมาระบายที่ปากของเขาอีกครั้ง หลังจากที่เขาทำหน้าเคร่งขรึมมาตลอดเวลาที่เฮอร์ไมโอนี่เล่าเรื่องของเธอ
 
"หาาาาาาาาาาาาาาาาาาา เดฟ นายต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ" เฮอร์ไมโอนี่ลุกขึ้นและมองหน้าเขาอย่างตกใจ
 
"ไม่หาล่ะ นี่ล่ะแผนของฉัน เธอจะเล่นด้วยไหมล่ะ เธอต้องทำให้เขารู้สึกตัว ต้องทำให้เขาหึง และอีกอย่างถ้าเธอคบกับฉัน แฮร์รี่จะได้เลิกหวังลมๆ แล้งๆ กับตัวเธอ คิดดูสิ ยิงปืนนัดเดียวได้นกตั้ง 3 ตัว"
 
"สามตัว?" เธอถามอย่างแปลกใจ
 
"หนึ่ง มัลฟอยจะรู้ว่าเขารักเธอ และพยายามดึงเธอกลับมา สอง แฮร์รี่รามือไปจากเธอ และสาม......."
 
"สาม" เฮอร์ไมโอนี่มองหน้าเดฟอย่างสงสัย
 
"ฉันจะได้สลัดสาวๆ หลุดในวันวาเลนไทน์ โธ่ เฮอร์ไมโอนี่อย่าทำหน้าอย่างนั้น ฉันก็เบื่อเป็นนะ ผู้หญิงน่ะน่ารัก แต่มาเป็นฝูงก็ไม่ไหวนะ" เขาพูดอย่างอ่อนแรง จนเฮอร์ไมโอนี่อดขำเขาไม่ได้ ต่อหน้าสาวๆ พวกนั้นเขาจะยิ้มแย้มเหมือนยินดีเสมอ จนเฮอร์ไมโอนี่รู้สึกชื่นชมที่เขาเป็นคนที่ใจดี ใจเย็น และมีน้ำอดน้ำทน เพราะถ้าเป็นเธอหรือมัลฟอยโดนอย่างนั้นคงไล่สาวๆ พวกนั้นไปไกลๆ สักร้อยโยชน์แล้วล่ะ
 
"เธอคิดว่ามันจะได้ผลเหรอเดฟ" เธอถามอย่างไม่แน่ใจ ใช่แผนการณ์นี้ก็ดูเข้าท่า แต่มันก็เป็นอย่างที่เดฟบอก ไม่รักก็เกลียดเลย เธอพร้อมที่จะยอมรับผลของมันหรือเปล่าก็เท่านั้น เพราะเธอเองก็รู้ดีว่าโอกาสสำเร็จมันมีน้อยมาก
 
"ว่าไงล่ะ ประธานนักเรียนหญิงสุดสวย" เขาถามล้อๆ
 
เฮอร์ไมโอนี่เม้มปากอย่างครุ่นคิดก่อนที่จะตัดสินใจตอบออกไปว่า "ตกลง"
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
"หา ว่าไงนะเฮอร์ไมโอนี่ เธอคบกับเดวิด" เสียงรอนดังขึ้น
 
""รอน นายไม่ต้องเสียงดังก็ได้ ฉันยังไม่อยากให้คนทั่วฮอกวอร์ตรู้หรอกนะ" เฮอร์ไมโอนี่พูดขึ้น
 
"ยาก เฮอร์ไมโอนี่ เธอก็รู้ว่าเดวิดเค้าป็อปขนาดไหน ฉันว่าอีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงจะต้องมีคนมาถามเธอว่าเธอคบกับเขาจริงหรือเปล่า" รอนพูดขึ้น ทำให้เฮอร์ไมโอนี่ทำท่าคิดหนัก
 
"ก็จริง" เฮอร์ไมโอนี่ถอนหายใจเบาๆ "แต่จะให้ทำไง ก็ฉันคบกับเขาไปแล้วนี่"
 
"ถามจริงๆเถอะเฮอร์ไมโอนี่ เธอชอบเขาจริงๆ หรือว่าแค่ดึงเขาเข้ามาเพื่อช่วยไม่ให้เธอเจ็บ" รอนพูดพลางมองหน้าเธอ เธอไม่เคยเห็นเขาทำหน้าจริงจังขนาดนี้มาก่อน "เฮอร์ไมโอนี่ อย่าดึงคนที่ไม่เกี่ยวมาเจ็บด้วย จำเอาไว้"
 
"โธ่ รอน รับรองว่าเดฟไม่มีทางเจ็บเพราะฉันแน่ๆ" เธอจับไหล่เขาเบาๆ
 
"ก็ดี แล้วเธอจะเอายังไงกับแฮร์รี่" รอนพูดอย่างกังวล ""ท่าทางมันจะชอบเธอมาก ไม่ต้องงงว่าฉันรู้เรื่องได้ไง พอดีเมื่อเช้าแฮร์รี่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฉันฟัง หลังจากที่เธอหายไปกับเจ้าซีด"
 
"ฉันไม่รู้รอน แต่ฉันไม่ได้คิดอะไรกับแฮร์รี่เกินไปกว่าเพื่อน" เธอพูดพลางเอานิ้วเขี่ยพื้นเล่น
"แล้วกับมัลฟอย เธอจะเอายังไง" เขากลั้นใจถาม
 
"ฉันไม่รู้" เธอตอบอย่างไร้ความหวัง
 
"แฮร์รี่บอกฉันว่า เธอชอบมัลฟอย แต่ตอนนี้เธอมาบอกฉันว่าเธอจะคบกับเดวิด โอ้ย ฉันเริ่มงงไปหมดแล้ว เธอจะหลอกทั้งเดวิด แล้วก็ตัวเองหรือเฮอร์ไมโอนี่" เขาพูดอย่างสับสน
 
"ฉัน....."
 
"ความจริงถ้าเธอคบกับเดวิดฉันก็สบายใจกว่าที่เธอไปคบกับเจ้าซีดนั่น  แต่สิ่งที่ฉันห่วงมากไปกว่านั้น คือความรู้สึกของเธอ เฮอร์ไมโอนี่ ฉันไม่อยากให้เธอแบกรับอะไรไว้คนเดียวอีกต่อไป ตั้งแต่เรื่องแผนการบ้าๆ นั้นแล้ว เธอรู้ไหมเฮอร์ไมโอนี่ ฉันก็เป็นห่วงเธอไม่แพ้กับแฮร์รี่หรอกนะ และยิ่งตอนนี้ นอกจากเรื่องภาคีแล้วเธอยังต้องแบกรับความรู้สึกบ้าๆ นี้อีก เธอต้องมารู้สึกผิดที่เธอต้องมาหลอกเจ้าซีดนั่น เฮอร์ไมโอนี่เธอโอเคมั้ย" เขายกมือขึ้นลูบผมสีน้ำตาลของเธออย่างแผ่วเบา
 
"รอน ขอบคุณ" เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกตื้นตันใจ ความจริงเธอก็กลัวอยู่ว่าถ้ารอนรู้เรื่องทุกอย่างแล้วเขาจะไม่เข้าใจเธอ และโกรธเธอ แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น เขาเข้าใจดีกว่าที่เธอคิดเสียอีก
 
"ไปกินข้าวกันเถอะ ฉันหิวแล้ว" เขาพูดพลางเอามือลูบท้องของตัวเอง
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
เฮอร์ไมโอนี่กับรอนเดินคุยกันเรื่องนู้นเรื่องนี้มาเรื่อยๆ ทีแรกเธอก็ไม่รู้สึกอะไร เพราะรอนชวนเธอคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้เสียจนเธอลืมที่จะสนใจส่งต่างๆ รอบตัวเธอ และยังรวมไปถึงสิ่งว้าวุ่นใจที่อยู่ในใจเธออีกด้วย จนกระทั่งเธอเดินมาใกล้ๆ ถึงห้องโถงใหญ่ เธอก็เริ่มรู้สึกถึงสายตาหลายคู่ที่มองเธอเป็นตาเดียวกัน และจังหวะเดียวกับที่เธอก้าวเท้าเข้าไปในห้องโถงก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
 
"เดี๋ยวยัยเลือดสีโคลน" เสียงเด็กปี 6 บ้านสลิธิลินดังขึ้น เธอยืนอยู่พร้อมๆ กับเพื่อนในบ้านเดียวกันอยู่กลุ่มใหญ่ "ได้ข่าวว่าเธอคบกับเดฟจริงหรือเปล่า"
 
"จะจริงหรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องของเธอ" เฮอร์ไมโอนี่ทำท่าไม่สนใจ แต่ในใจเธอคิดไปถึงว่า เด็กบ้านสลิธิลินรู้เรื่องแล้ว แล้วเขาจะรู้เรื่องหรือยัง และถ้าเขารู้เรื่องเขาจะคิดอย่างไร จะพูดอะไร และจะทำอย่างไร
 
"ใช่ยาสเน่ห์กับเดฟละสิ ไม่อย่างนั้นเขาไม่มีวันลดตัวลงมาคบกับเธอหรอก" เสียงเด็กผู้หญิงอีกคนพูดขึ้น พลางส่งสายตาเหยียดหยามมาให้เธอ ทำให้เฮอร์ไมโอนี่โกรธจนหน้าแดง
 
"ถ้ามีใครสักคนต้องใช้ยาสเน่ห์น่าจะเป็นฉันมากกว่านะ" เสียงเดฟดังขึ้น เขาก้าวมายืนข้างๆ เฮอร์ไมโอนี่ พลางยกมือข้างนึงโอบไหล่เธอไว้หลวมๆ "เพราะฉันตื้อเฮอร์ไมโอนี่ตั้งนานกว่าเธอจะยอมเป็นแฟนด้วย" เขายิ้มให้สาวๆ กลุ่มนั้นนิดนึงก่อนที่จะดันตัวเฮอร์ไมโอนี่ไปทางโต๊ะกริฟฟินดอร์
 
"กินเสร็จเแล้วจะมารับนะ" เดฟพูดขึ้นเบาๆ แต่ก็พอให้หลายๆ คนได้ยินจนอ้าปากค้าง ถึงแม้ว่าข่าวของเฮอร์ไมโอนี่กับเดฟจะกระจายไปอย่างรวดเร็ว แต่นั่นก็แค่ในหมู่ผู้หญิงเท่านั้น และก็มีบางคนที่ยังไม่ปักใจเชื่อ แต่พอเห็นท่าทีของคนทั้งคู่ก็รู้ทันทีว่า ข่าวลือที่ได้ยินมาทำท่าและท่าทางจะมีมูลความจริงเสียแล้ว เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้าเบาๆ ก่อนไปจัดการอาหารที่อยู่ตรงหน้า แน่นอนว่าทุกการกระทำของเดฟและเฮอร์ไมโอนี่ถูกจับตาโดยแฮร์รี่ ทีแรกแฮร์รี่กำลังจะยื่นมือออกไปช่วยเธออกมาจากลุ่มผู้หญิงบ้านสลิธิลินแล้ว แต่ว่าเดฟมาช่วยเอาไว้ก่อน เขาจึงไม่มีม่านให้ออกโรง
 
เมื่อเฮอร์ไมโอนี่มานั่ง แฮร์รี่ก็นั่งมองเธอเงียบๆ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจพูดขึ้น "เฮอร์ไมโอนี่ ฉันมีเรื่องจะพูดด้วย"
 
"ถ้าเป็นเรื่องเมื่อคืน ฉันไม่โกรธแล้วแฮร์รี่ ฉันให้อภัยนาย แต่ถ้านายทำอย่างนี้อีก ฉันจะไม่ยกโทษให้อย่างเด็ดขาด" เฮอร์ไมโอนี่พูดเสียงเรียบโดยไม่มองเขาสักนิด
 
"เฮอร์ไมโอนี่ ฉัน" แฮร์รี่พยายามที่จะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่ก็ถูกขัดจังหวะเสียก่อน
"เฮอร์ไมโอนี่ ยังไม่อิ่มเหรอ" ตอนนี้เดฟมานั่งเบียดข้างๆ ตัวเฮอร์ไมโอนี่แล้ว
 
"แป๊บนึงนะเดฟ" เฮอร์ไมโอนี่หันไปยิ้มให้เดฟทำให้แฮร์รี่ยิ่งรู้สึกแย่ขึ้นไปอีก นอกจากเขาจะรู้สึกเรื่องเมื่อคืน เขายังรู้สึกแย่เมื่อเห็นท่าทีของคนทั้งคู่
 
"โอเค เสร็จแล้ว ไปกันเถอะเดฟ" เฮอร์ไมโอนี่พูดขึ้นหลังจากดื่มน้ำฟักทองอึกใหญ่ "ไปก่อนนะแฮร์รี่ รอน แล้วเจอกันพรุ่งนี้"
 
รอนนี่มันเรื่องอะไรกัน" แฮร์รี่ถามเพื่อนรักของเขาด้วยสายตาที่รวดร้าว
 
"เขาคบกันแฮร์รี่" รอนตบไหล่เพื่อนของเขาเบาๆ เพื่อปลอบใจ "ฉันรู้ว่ามันยากที่จะทำใจ แต่เฮอร์ไมโอนี่เขาเลือกแล้ว"
 
แฮร์รี่มองออกไปที่ประตูด้วยความเจ็บปวด เขาไม่รู้ว่าทำไมเฮอร์ไมโอนี่ถึงได้ตัดสินใจคบกับเดวิดปุบปับขนาดนี้ แล้วเขาก็ยิ่งคิดเสียใจว่า บางทีอาจเป็นเพราะเขาที่ทำตัวแย่ๆ เมื่อคืน เขาอยากจะเอาหัวโขกกำแพงเสียเหลือเกิน เขาพลาดไปเสียแล้ว เขาคิดอย่างหมดหวัง
 
"ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่ฉันต้องเสียเธอไปจริงๆ" แฮร์รี่พึมพำเบาๆ ทำให้รอนที่ได้ยินถึงกับส่ายหน้า
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
ภายในห้องนอนของหอชายสลิธิลิน เดรโก มัลฟอยกำลังนั่งเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง เขาไม่รู้ว่าวันนี้เขาทำเกินไปหรือเปล่า เขาพยายามที่จะหาเหตุผลที่จะมาหักล้างสิ่งที่เขาทำเป็นว่ามันไม่ผิด แต่ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกผิด
 
"ปัดโธ่เว้ย" เขาตะโกนออกมา เผื่อว่าความวุ่นวายในใจของเขาจะหมดไปเสียที
 
"มัลฟอยนายเป็นอะไรหรือเปล่า" เสียงแครบดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงประตูที่เปิดออก
 
"อย่ามายุ่ง" เขาพูดออกมาก่อนที่จะลุกขึ้นและล้มตัวลงนอนที่เตียง ตอนนี้เขาไม่อยากพูดอะไรกับใครทั้งนั้น เขาอยากที่จะอยู่เงียบๆ คนเดียว เขาอยู่ที่หอนอนตั้งแต่ตอนที่เขาแยกจากเธอ วันนี้ทั้งวันเขาไม่ได้เข้าเรียนเลย แต่ถึงเขาไปเรียนก็คงเรียนไม่รู้เรื่องอยู่ดี เพราะตอนนี้หัวของเขามีแต่เฮอร์ไมโอนี่ สายตาที่เจ็บปวดของเธอ เสียงที่เต็มไปด้วยความเสียใจ และภาพเธอที่ร้องไห้จนตัวสั่นยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเขา
 
"นายว่าเราควรบอกมัลฟอยป่ะ" เสียงแครบดังขึ้นเบาๆ
 
"ฉันว่าให้เขารู้เองดีกว่า ขืนบอกไปเกิดโมโหขึ้นมา เราจะโดนสาปเปล่าๆ" กอยล์พูดขึ้น แต่ก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันไปนอน พวกเขาก็ได้ยินเสียงๆ หนึ่งดังขึ้น
 
"พวกแกจะบอกอะไรฉัน" มัลฟอยลุกขึ้นพลางจ้องหน้าพวกเขาทั้งสอง
 
"คือ......คือว่า" พวกเขาเกิดติดอ่างขึ้นมาเสียอย่างนั้น เมื่อมัลฟอยถามขึ้น
 
"ถ้าพวกแกไม่พูดฉันจะสาปพวกแกให้มีหางออกมาเดี๋ยวนี้" เขาพูดอย่างเกรี้ยวกราดจนทำให้เพื่อนของเขาทั้งสองตกใจกลัวจนลนลาน
 
"คือว่า เมื่อเย็นมีข่าวลือหนาหูว่า........." แครบพูดขึ้น
 
"ว่าอะไรพูดมาสิ" มัลฟอยถามอย่างหงุดหงิด
 
"คาร์ลอสกับเกรนเจอร์เป็นแฟนกัน" กอยล์เสริม
 
"ใช่ๆ และดูเหมือนจะเป็นจริงด้วยนะ เพราะเห็นคาร์ลอสโอบไหล่เกรนเจอร์ด้วย แถมยังเดินออกจากโรงอาหารไปพร้อมกัน" แครบพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเชื่อมั่นมากขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนของเขาเงียบไป
 
"แถมพวกเด็กปี 6 บ้านเราบอกว่า เจ้าคาร์ลอสนั่นเป็นคนพูดกับปากเองว่าคบกันอยู่ และเกรนเจอร์ก็ไม่ปฏิเสธ"
 
"เงียบได้แล้ว" เดรโกตะโกนขึ้นมาด้วยความโกรธ ทำให้สิ่งของในห้องสั่นเหมือนเกิดแผ่นดินไหว ทำให้แครบกับกอยล์รู้สึกสั่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาคิดว่าเขาทั้งสองจะต้องโดนสาปแน่ๆ แต่เดรโกก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น เขาคว้าเสื้อคลุมและไม้กวาดออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ทิ้งเอาไว้เพียงกลิ่นอายของพายุของความโกรธเคือง
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
<<<back          1             2            3             4             5              6              7            8           9            10         next>>>

behind the scene
 
"แครบฉันรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ยังไงบอกไม่ถูก" กอยล์พูดขึ้นขณะพยายามบังคับเสียงของตัวเองให้เป็นปกติ
 
"นั่นสิ ฉันนึกว่าจะโดนสาปเสียแล้ว"  "แครบพยักหน้าเห็นด้วย
 
"แต่ฉันกลัวอีกเรื่องนีงมากกว่า"
 
"เรื่องอะไร" แครบมองหน้ากอยล์งงๆ
 
"ฉันกลัวว่าถ้ามัลฟอยผิดหวังจากคาร์ลอสแล้วจะหันมาหาพวกเรา" กอยล์ตอบ ทำให้แครบทำหน้าแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
 
"นั่นสิ เราสองคนยิ่งหล่อๆ หุ่นดีๆ อยู่ด้วย" แครบพูดพลางทำสีหน้าลำบากใจราวกับว่าตัวเองเป็นหนุ่มหล่อที่มีสาวๆ นับร้อยมารุมตอม
 
:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+
 
แหมๆ คุณแครบคุณกอยล์ ถ้าเป็นเดฟของเดี้ยนก็ว่าไม่อย่าง เชอะๆๆ